10 นิสัยยอดมนุษย์ เพื่อก้าวสู่ชีวิตและงานที่ดีกว่า

10 นิสัยยอดมนุษย์ เพื่อก้าวสู่ชีวิตและงานที่ดีกว่า

 

การพัฒนาตัวเองให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอก็เป็นสิ่งสำคัญในการทำงาน ซึ่งหลายคนอาจมองว่าต้องเสียเวลาไปเข้าคอร์สเรียนเพิ่มเติม ทั้งที่ความจริงแล้วเราสามารถพัฒนาตัวเองได้ง่าย ๆ เพียงแค่ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเท่านั้น

การใช้ชีวิตให้บาลานซ์ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกันอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่เราลองหัดสังเกตพฤติกรรมประจำวันของเราว่ามีอะไรมากเกินไป หรือน้อยเกินไปไหม ที่ต้องปรับให้สมดุลกัน  เพราะข้อมูลจากเว็บไซต์ Forbs.com เผยว่า การมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีย่อมส่งผลถึงหน้าที่การงานของเราด้วย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ตัวเราเองมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ซึ่งเราสามารถพัฒนาได้จาก 10 สิ่งต่อไปนี้ มาลองเช็กกันดูว่ามีอะไรบ้างที่ควรทำ ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีกว่า..

1. กินคลีน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า อาหารที่ให้พลังงานสูงและดีต่อร่างกายที่สุด คือ อาหารหมู่โปรตีน และไฟเบอร์ โดยเฉพาะวิธีกินแบบมังสวิรัติ หรือกินคลีน การกินแบบนี้ถือเป็นการกินเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง เพราะเรามั่นใจได้ว่าอาหารเข้าสู่ร่างกายแล้วถูกดึงไปใช้พลังงานเลย  มีส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเหลือสะสมเป็นแคลอรีส่วนเกิน  เมื่อร่างกายไม่มีแคลอรีส่วนเกินจากอาหารประเภทน้ำตาล และไขมันสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแล้ว เราก็จะมีแรงทำงานมากขึ้น สมองคิดอ่านอะไรได้ไวขึ้น รู้สึกอ่อนเพลียน้อยลง และยังไม่เจ็บป่วยง่ายอีกด้วย ใครไม่เชื่อต้องลองทำดูนะคะ

2. ออกกำลังกาย

ลองคิดเล่น ๆ ว่าเราทำร้ายร่างกายในแต่ละวันมากเท่าไร โดยเฉพาะการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานเพียง 2-3 ชั่วโมง ก็สามารถทำให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติไปจากเดิมได้แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าเราจะรู้สึกว่าสุขภาพร่างกายถดถอยลงไปทุกวันทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีก็คือ แบ่งเวลาบริหารร่างกายให้ได้อย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน ด้วยการทำคาร์ดิโอช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตให้ทำงานเป็นปกติขึ้น เช่น แอโรบิก วิ่ง จ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เป็นต้น เพียงเท่านี้ร่างกายเราจะฟิตพร้อมใช้งานอยู่เสมอแล้ว

3. นอนกลางคืนให้ได้ 7 ชั่วโมง

การนอนหลับที่มีประสิทธิภาพดีคือการนอนให้ได้ประมาณ 7 ชั่วโมง แต่ไม่ควรเกิน 9 ชั่วโมง เพราะเป็นจำนวนชั่วโมงที่เหมาะสมกับการทำงานของคลื่นสมองครบทั้ง 4 ระยะ ที่จะส่งผลให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ หลังจากตื่นนอนจึงรู้สึกว่านอนเต็มอิ่ม และการนอนเต็มอิ่มก็ทำให้สมองปลอดโปร่ง สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างกระฉับกระเฉง ดังนั้นใครที่มักจะรู้สึกง่วงนอนเวลาทำงานช่วงบ่ายเป็นประจำ ลองปรับเวลาเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าเดิมดูอาจช่วยได้

4. นั่งสมาธิ

ตามตำราแพทย์จีนเชื่อว่า ธาตุหยินและธาตุหยางในร่างกายที่่ไม่สมดุลกันจะทำให้เราเจ็บป่วยได้  เช่น ปวดท้อง ปวดหัว นอนไม่หลับ ท้องผูก เป็นต้น โดยที่อาการเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกไม่สดชื่น ไม่มีแรง และหนึ่งในวิธีปรับสมดุลธาตุหยินและธาตุหยางก็คือ การฝึกสมาธิ เพราะในขณะที่เรานั่งสมาธิ เราต้องฝึกควบคุมสมองของเราไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน รวมถึงต้องฝึกกำหนดลมหายใจเข้า-ออกด้วย ดังนั้นลองฝึกนั่งสมาธิก่อนนอนดูอย่างน้อย 5 นาทีต่อวัน จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น มีสมาธิจดจ่อกับงานนานขึ้นกว่าเดิม

5. สำรวจแรงบันดาลใจของตัวเองทุกวัน

แรงบันดาลใจเป็นสิ่งนำทางให้เราทำสิ่งต่าง ๆ ได้สำเร็จ และยังเป็นกำลังใจให้เรารู้สึกอยากต่อยอดสิ่งใหม่ ๆ ด้วย  ดังนั้นไม่ว่าเราจะกำลังทำในสิ่งที่รักหรือไม่ก็ตาม ก็ควรจะสร้างกำลังใจให้ตัวเองด้วยการถามตัวเองทุกวันว่าแรงบันดาลใจในการทำงานของเรามีอะไรบ้าง หากใครนึกไม่ออก เราขอแนะนำให้อ่านคำคมวันละ 1 ประโยค ในตอนเช้าก่อนเริ่มทำงาน จะได้มีเป้าหมายที่เป็นแรงผลักดันให้อยากทำงานต่อไป

6. ฝึกมองโลกในแง่ดี

สังคมแบบตัวใครตัวมันในทุกวันนี้้ อาจทำให้ทัศนคติของเราเปลี่ยนไปในทางลบได้ทุกวัน ดังนั้นลองมาฝึกปรับทัศนคติให้มองโลกในแง่ดีดูบ้าง นั่นคือ เขียนถึงสิ่งที่รู้สึกแฮปปี้มาก ๆ ให้ได้ 5 อย่างเป็นประจำทุกวัน เช่น วันนี้อากาศหนาว รถไม่ติด มีคนให้ดอกไม้ ได้ใส่ชุดใหม่ และได้รู้จักเพื่อนร่วมงานคนใหม่ เป็นต้น การเขียนบันทึกแบบนี้จะช่วยพัฒนามุมมองของตัวเองให้เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น

7. เข้าใจจุดยืนตัวเอง

หลายคนไม่เคยถามตัวเองว่า ทุกวันนี้จุดยืนในชีวิตคืออะไร ทั้งที่เป็นสิ่งพื้นฐานในการพัฒนาตัวเองให้มีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราคิดวางแผนอนาคต ในขณะเดียวกันช่วยเตือนความผิดพลาดในอดีตไม่ให้ทำพลาดอีกเช่นกัน ดังนั้นอย่ามัวคิดย้อนไปว่าเราเคยทำงานอะไรมาก่อน แต่ให้มองว่าทุกวันนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ และจะทำอย่างไรให้ชีวิตก้าวหน้ามากขึ้น การใช้วิธีคิดแบบนี้จะทำให้เราคิดหาหนทางพัฒนาข้อด้อยของตัวเอง และเสริมสร้างจุดเด่นของตัวเองได้อย่างถูกทางมากขึ้น

8. มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่

ใครที่ทำงานมานานจนรู้สึกอิ่มตัว จนรู้สึกว่าไม่มีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกต่อไปแล้ว เราก็ขอบอกไว้เลยว่าโลกทุกวันนี้ก้าวไปเร็วมาก แม้แต่การทำงานที่น่าเบื่อ ซ้ำซาก จำเจ ก็ยังมีอะไรให้เราเรียนรู้ได้ทุกวัน ดังนั้นหากสิ่งที่กำลังทำอยู่เหมือนมาถึงทางตันแล้ว ก็ลองมองหาไอเดียใหม่ ๆ ต่อยอดดู ไม่แน่ว่าไอเดียใหม่ที่ค้นพบได้อาจกลายเป็นวิธีใหม่ที่ทุกคนต้องมาเรียนรู้จากเราก็ได้

9. เข้าสังคม

การเข้าสังคมคือการเปิดตัวเองให้เป็นที่รู้จักกับคนอื่นมากขึ้น เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดใหม่ ๆ ดังนั้นหากใครคิดว่าการทำงานแบบไม่ต้องพบปะคนเยอะถือเป็นเรื่องที่ดีแล้ว อาจจะต้องคิดดูใหม่ เพราะการที่เราเป็นที่รู้จักนั้นอาจมีประโยชน์อย่างมากในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่น ดังนั้นเมื่อไรที่มีโอกาสไปงานสังสรรค์ก็อย่าลืมแนะนำตัวเองอย่างย่อ และพกนามบัตรติดตัวไปด้วย เพื่อที่ว่าเราจะได้มีคอนเน็คชั่นเพิ่มขึ้น

10. เดินทางท่องเที่ยว

การเดินทางท่องเที่ยวก็เป็นเหมือนโบนัสให้เราได้ชุ่มฉ่ำใจ  ดังนั้นเราก็ควรเติมสีสันให้ชีวิตด้วยการวางแผนท่องเที่ยวเอาไว้บ้างอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เช่น ทริปเล็ก ๆ เดินทางไปต่างจังหวัดช่วงกลางปี และทริปใหญ่เป็นเดินทางไปต่างประเทศช่วงปลายปี เป็นต้น การเดินทางท่องเที่ยวแบบนี้จะช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติในชีวิตของเราที่เคยเป็นอยู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เรารู้สึกเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ และรู้สึกได้ชาร์จพลังให้อยากกลับมาทำงานได้เต็มร้อยมากขึ้นด้วย

เทคนิคการพัฒนาตัวเองของใครหลายคนอาจมีมากกว่า 10 ข้อที่เรานำมาฝาก แต่อย่างไรก็ตาม ใครที่อ่านแล้วพบว่าตัวเองยังไม่เคยทำเลยสักวิธีเดียว เราขอแนะนำให้ลองปรับไปใช้ดูนะคะ จะได้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิมเนอะ

เคล็ดลับความรวย ฉบับเศรษฐีพันล้าน ทำตามนี้ไม่มีคำว่าจน

คล็ดลับความรวย ฉบับเศรษฐีพันล้าน ทำตามนี้ไม่มีคำว่าจน
เคล็ดลับความรวย อยากมีฐานะที่มั่นคงและยั่งยืน แบบฉบับเศรษฐีพันล้าน แค่รวยเร็วอาจจะยังไม่พอ ต้องรู้จักเก็บรักษาเงินด้วยนะ

ความร่ำรวยและความมั่งคั่งเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนต่างใฝ่ฝันหา รวมทั้งเสาะหาวิธีในการสร้างเนื้อสร้างตัว แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนคงจะลืมไปนั่นก็คือการเก็บรักษาเงิน และทำให้เรามีฐานะที่มั่นคงและยั่งยืนสืบต่อไปในอนาคต ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับวิธีการเก็บออมเงินหรือการลงทุนเลย

ถ้าคุณกำลังเป็นคนหนึ่งที่เริ่มสร้างฐานะและต้องการมีอนาคตทางการเงินที่มั่นคงและยั่งยืนไปตราบชั่วลูกชั่วหลานละก็ ลองมาดูเคล็ดลับดี ๆ ที่คุณ สาวสีลม สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม นำมาฝากกันค่ะ รับรองได้เลยว่าไม่ยาก อีกทั้งยังเป็นวินัยทางการเงินที่ดีซึ่งควรทำตามเป็นอย่างยิ่ง อย่าปล่อยให้ความมั่งคั่งหลุดลอยไปเพราะนิสัยทางการเงินผิด ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

ลุงพันล้านสอนลูกรวยนาน ๆ ดีกว่ารวยเร็ว ๆ โดย สาวสีลม

แต่ก่อนยอมรับว่าอยากรวยเร็ว ๆ ฝันหวานอยากถูกหวย อยากโชคดีมีแฟนรวย หรือขุดดินไปเจอหีบสมบัติโบราณที่สวนหลังบ้าน แหมใครจะไม่อยากรวยเร็ว ๆ ล่ะคะ เพราะรวยเมื่อไร ชีวิตก็สบาย ชิลได้ทันที กิน เที่ยว ช้อป ใช้เงินอย่างที่อยากใช้ไม่ต้องไปห่วงอะไร เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วก็มีข่าวใหญ่มากเกี่ยวกับแจ็กพอตลอตเตอรี่ที่อเมริกาที่ทำให้คนรวยเป็นเศรษฐีหมื่นล้านในชั่วข้ามคืน ข่าวนี้ทำให้แอบฝันหวานอยากถูกหวยอเมริกาเหมือนกัน อิอิ แต่สุดท้ายมาสะดุดใจตอนที่ฟังข่าวอีกข่าวหนึ่งบอกว่า 80% ของคนที่ถูกหวยที่อเมริกาถูกฟ้องล้มละลายถังแตกภายใน 5 ปี หลังจากถูกหวยรางวัลใหญ่ งงเลยป่ะ

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเลยถามอากู๋กูเกิลว่าจริงรึเปล่า ทำไมคนที่รวยมาก ๆ อยู่ดี ๆ เงินหมดกันง่าย ๆ ซะงั้น แล้วก็เจอคำตอบ…….. คนพวกนี้ส่วนใหญ่ใช้เงินหมดไปกับการ กิน เที่ยว ปาร์ตี้ ช้อปแบรนด์เนม เล่นยา แล้วก็อยู่ดี ๆ มีญาติเยอะขึ้นมากะทันหัน ในใจก็เกิดคำถามทันทีว่า เอ๊ะ แล้วทำไมเค้าไม่รู้จักเก็บเงินเลยล่ะ ใช้กันจนหมดเกลี้ยงต้องล้มละลายกันเลยเนี่ยนะ อืมมม คงจะเป็นเหมือนที่กูรูด้านการเงินเค้าบอกกันว่าเงินมันเหมือนกับ “แว่นขยาย” ถ้าในใจเป็นคนฟุ่มเฟือย มีเงินเยอะก็ไม่ได้เก็บหรอก ก็คงใช้เยอะขึ้นตามนิสัย แต่ถ้าเกิดคนที่เค้าฉลาด รู้จักวางแผน รู้จักใช้เงิน เค้ามีเงินเยอะขึ้น เค้าก็ไปลงทุนมากขึ้นแถมยังแบ่งให้คนอื่นอีกอย่างล่าสุดที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประกาศบริจาคหุ้น Facebook มูลค่าตั้งสี่หมื่นกว่าล้านดอลลาร์ให้การกุศล

แล้วคราวนี้ถ้าอยากจะรวยนาน ๆ จนแก่ มีเงินเป็นมรดกให้ลูกหลานต้องทำไงดี เนื่องจากตัวเองรู้จักคุณลุงคนหนึ่งที่สร้างฐานะมาจากศูนย์ จนสร้างตัวเป็นเจ้าของธุรกิจพันล้าน แต่ละปีควักเงินส่วนตัวบริจาคเงินให้กับโรงเรียน โรงพยาบาลปีละล้านบาท คุณลุงท่านนี้ใจดีแบ่งปันสิ่งที่ท่านคอยสอนลูกหลานเสมอให้กับสาวสีลมฟัง เลยขอแชร์เทคนิคนาน 7 ข้อ ของคุณลุงพันล้านมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

1. ไม่กู้ ! ไม่ผ่อน ! ทุกอย่างยกเว้นเรื่องบ้าน เพราะเค้าถือว่าค่อย ๆ เก็บเงินซื้อของมันไม่ตาย แต่ถ้ากู้เยอะผ่อนแยะ เป็นนิสัย เราอาจจะอดตายเพราะเอาเงินไปเสียค่าดอกหมด

2. เดินห้างเฉพาะเวลาที่จำเป็นต้องซื้อของ ยิ่งเดินบ่อยสายตาเราจะไปเจอของสวยงามน่าซื้อ ล่อตาล่อใจ ยิ่งเดินบ่อยก็จะยิ่งใจอ่อนบ่อย พอเดิน ๆ ไปก็หิว ยังต้องเสียเงินกินข้าวในห้างแพงอีก

3. หัดทำกับข้าวกินเอง คิดง่าย ๆ ถ้าทำข้าวไข่เจียวกินเอง เสียเงินอย่างมากก็แค่ 10-15 บาท แต่ถ้าไปกินข้าวไข่เจียวตามสั่งก็ต้อง 30 บาทอัพ แล้วถ้าบ้านมีหลายคนไม่ยิ่งแย่ไปเหรอ ทำกินเองให้บ่อยแล้วนาน ๆ กินที นอกจากจะประหยัดเงินได้เยอะมาก สุขภาพยังดีกว่าด้วยเพราะว่าเราเลือกของดีมาทำอาหารได้

4. ออมก่อน ใช้ทีหลัง ตัดใจตัดเงินอย่างน้อย 20% ไปออมก่อนเลยเพื่อไปลงทุน แล้วค่อยใช้เงินที่เหลือ เพราะถ้าใช้เงินแล้วเหลือถึงเก็บ จะไม่เหลือให้เก็บ แต่ถ้ายังหนุ่มสาว ไม่มีภาระควรเก็บเงินให้ได้ 30-40% ของรายได้

5. ใช้น้อย แต่ใช้ของดี คุณลุงบอกเสมอว่าแต่ก่อนชอบดูหนัง มีเพื่อนคนหนึ่งดูหนังทุกเรื่องแต่ตีตั๋วถูก ๆ แต่คุณลุงจะนั่งที่แถวหลังจ่ายแพง แต่ไม่ดูบ่อย มันรู้สึกดีกว่า แล้วก็ประหยัดเงินกว่าด้วย เวลาซื้อเสื้อผ้าก็ขอซื้อที่ดีหน่อยจะได้ใส่ได้นาน

6. รู้ตัวเสมอว่ามีเงินเท่าไร และต้องเก็บเงินไว้ใช้ตอนไม่มีแรงทำงานด้วย คุณลุงบอกว่าถ้าเราไม่รู้ว่าเรามีเงินเท่าไร เราก็อาจจะเผลอใช้ไปเรื่อยโดยเฉพาะบัตรเครดิตตัวดีทำให้เราใช้เงินเกินตัว บัตรรูดปื๊ด รู้ตัวอีกทีก็เป็นลมตอนได้ จม. แจ้งค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต นอกจากนั้นเราต้องเก็บเงินไว้ใช้ตอนแก่ด้วยตั้งแต่เริ่มทำงาน มาเร่งเก็บตอนสุดท้ายมันไม่ทันหรอก อย่าลืมว่าถ้าเราเริ่มทำงานตอน 25 ปี เรามีเวลาแค่ 40 ปี ในการทำงานถึงอายุ 65 ปี แล้วถ้าเราตายตอน 80 แปลว่าเราต้องใช้เงินเก็บไปอีก 15 ปี โดยไม่มีเงินเดือน !

7. สอนลูกหลานให้รู้จักคุณค่าของเงิน หลายบ้านพ่อแม่ใช้เงินประหยัด รู้จักลงทุน แต่เพราะไม่ได้สอนลูกหลาน สุดท้ายก็ถูกลูกหลานผลาญหมด

ทั้งนี้ คุณลุงพันล้านเคยบอกว่า สาเหตุที่เค้ารวยมี 3 ข้อค่ะ

1. ทำธุรกิจแบบกัดไม่ปล่อยจนสำเร็จ

2. ทำธุรกิจแบบมีธรรมาภิบาลและต้องรู้จักให้คนอื่น

แต่ข้อที่สำคัญที่สุดคือ

3. มีแล้วต้องรีบเก็บ

ข้อสามเนี่ยคุณลุงบอกว่าสำคัญที่สุด เพราะว่าถ้ามีเงินแล้วไม่เก็บก็จะไม่มีเงินมาลงทุนต่อ แต่ก็ต้องเก็บเงินไว้ส่วนนึงเพื่ออนาคตด้วย

ความรวยนาน ๆ = เงินที่หาได้ – เงินที่ใช้ไป

ขอบคุณคุณลุงพันล้านที่ช่วยแนะนำข้อคิดเทคนิคดี ๆ ให้มาแบ่งปันกันนะคะ ขอให้คนอ่านร่ำรวยไปจนถึงตอนแก่กันทุกคนนะค้าาาา

 

วิธีใช้จ่ายอย่างประหยัด ออมเงินได้เยอะขึ้นทุกเดือน

วิธีใช้จ่ายอย่างประหยัด ออมเงินได้เยอะขึ้นทุกเดือน

 

วิธีประหยัดเงินในแต่ละเดือน กับการใช้จ่ายให้ไร้ปัญหาการเงิน และวิธีออมเงินให้ได้มากขึ้น หากใครรู้สึกว่าเป็นคนเก็บเงินไม่เก่ง เรามีวิธีใช้จ่ายอย่างประหยัดที่ทำได้จริงมาบอกต่อ

เชื่อว่าใครก็อยากเป็นคนรวยด้วยกันทั้งนั้น หรืออย่างน้อย ๆ ก็คงอยากมีเงินเก็บไว้ให้อุ่นใจบ้าง เพียงแต่ว่าเหตุผลในการใช้จ่ายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ครั้นจะออมเงินให้มากหน่อยก็อาจจะมีเหตุให้ต้องจ่ายเงินออกไปซะนี่ เอาล่ะ ! แต่นับจากวันนี้เราจะมาออมเงินให้สำเร็จอย่างจริงจังกันค่ะ เริ่มด้วย 25 วิธีใช้จ่ายอย่างประหยัดต่อไปนี้ก่อนเลย

1. วางแผนการใช้จ่าย

วางแผนเอาไว้เลยว่าในแต่ละเดือนเราต้องจ่ายเงินให้กับอะไรบ้าง โดยหักค่าใช้จ่ายเจ้าประจำอย่างค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ค่อนข้างตายตัว จนสุดท้ายก็นำเงินส่วนที่เหลือมาแบ่งออมและใช้จ่ายรายวัน แต่ที่สำคัญก็ต้องใช้จ่ายให้ไม่เกินงบที่แบ่งไว้ด้วย

2. เที่ยวสวนกระแส

ถ้าอยากเที่ยวก็เที่ยวได้ แต่แนะนำให้เที่ยวสวนกระแสดีกว่า เพราะอย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าช่วงไฮซีซั่นจะเป็นช่วงฉวยโอกาสขึ้นราคาของแหล่งท่องเที่ยวทุกหนแห่ง ดังนั้นอยากเที่ยวแบบประหยัดก็ต้องไปในช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งนอกจากค่าใช้จ่ายจะถูกลงแล้ว คนยังบางตา เที่ยวสะดวกกว่าด้วยนะ

3. กินข้าวที่บ้านให้บ่อยขึ้น

กินอาหารนอกบ้านโดยเฉพาะในห้าง เราไม่ได้เสียแค่ค่าอาหารนะคะ แต่เรายังต้องจ่ายเงินให้กับค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่าเป็นจำนวนเงินที่่เพิ่มขึ้นมาอีกพอสมควร ดังนั้นหากเราลดความถี่ในการกินข้าวนอกบ้านได้บ้างก็น่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยเลย

4. ใช้บริการรถสาธารณะ

ในกรณีที่คุณอยู่ในเมืองที่มีการคมนาคมค่อนข้างสะดวก อาจลองหันมาใช้บริการรถสาธารณะดูบ้าง แต่หากอยู่นอกเมืองที่การเดินทางค่อนข้างต้องพึ่งตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ลองเลือกใช้รถยนต์ขนาดเล็กแบบอีโคคาร์ หรือรถจักรยาน และจักรยานยนต์ที่เซฟค่าน้ำมันไปได้อีกนิดก็ดี

5. ประหยัดพลังงาน

ทั้งน้ำและไฟในบ้าน หากใช้ให้น้อยลง หรือใช้ให้คุ้มค่ามากขึ้น รายจ่ายในส่วนนี้ก็คงลดลงไปได้อีกพอสมควร เป็นต้นว่า นำน้ำสุดท้ายของการซักผ้าไปรดน้ำต้นไม้หรือล้างรถด้วย และปิดไฟทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งานในส่วนนั้นแล้ว แอร์ก็เปิดตอนที่อากาศร้อนจริง ๆ และอย่าลืมควบคุมอุณภูมิไม่ให้ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียสด้วยนะจ๊ะ

6. ทำประกันชีวิตแต่พอดี

ประกันชีวิตเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเราออมเงินได้ในระยะยาว เพียงแต่เราควรต้องเช็กให้ดีด้วยว่า เงื่อนไขในแต่ละกรมธรรม์มีความแตกต่าง หรือให้ผลประโยชน์ที่ครอบคลุมกับเรามากแค่ไหน เพราะหากเราทำประกันชีวิตที่เงื่อนไขและผลประโยชน์ไม่แตกต่างกันเท่าไร ก็เท่ากับว่าเสียเงินซ้ำซ้อนหลายทางไปเปล่า ๆ

7. กาแฟอร่อยแต่ไม่แพงก็มี

ใครที่ติดกาแฟแบรนด์ดังแก้วละร้อยกว่า ลองหากาแฟบ้าน ๆ ราคาถูกแต่รสชาติดีมาดื่มดูสิคะ แล้วคุณจะค้นพบร้านกาแฟเจ้าประจำร้านใหม่ ที่ช่วยเซฟเงินเราไปได้อีกมาก

8. แพ็คเกจโทรศัพท์คุ้มแค่ไหน

สำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนหรือคนที่ใช้โทรศัพท์แบบรายเดือน ลองคิดดูดีกว่าว่าการใช้โทรศัพท์ของเรากับเงินที่ต้องจ่ายนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ และหากเปลี่ยนแพ็คเกจเป็นแบบที่ถูกลงได้ก็จะดีมากเลยทีเดียว

9. ลดแพ็คเกจเคเบิล

นอกจากแพ็คเกจโทรศัพท์ที่ต้องตรวจสอบให้ดีแล้ว อย่าลืมดูแพ็คเกจเคเบิ้ลทีวีที่บ้านด้วย หากคุณไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากเคเบิ้ลทีวีเท่าไรนัก ดูก็แต่ช่องพื้น ๆ ทั่วไป แบบนี้ลดแพ็คเกจมาเป็นแบบธรรมดาดีกว่า

10. ขับรถให้ช้าลง

อาจจะเป็นวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายแค่บางส่วน แต่หากคุณปรับนิสัยขับรถให้ช้าลงได้ ทั้งตัวคุณเองก็จะเสี่ยงภัยบนท้องถนนน้อยลง และประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

11. ซื้อของแพ็คใหญ่เท่าที่ใช้จริง ๆ

สินค้าบางรายการกักตุนไปก็เหมือนเอาเงินไปจม ดังนั้นหากจะซื้อของยกแพ็คก็ซื้อแค่สินค้าที่เราใช้เป็นประจำ และเก็บไว้ใช้ได้นาน อย่างเช่น ทิชชู แป้งทาตัว หรือถุงขยะ เป็นต้น

12. อย่าตามกระแสคนรอบข้าง

อาจมีบ้างที่เราต้องเข้าสังคมที่่เกินตัว ต้องใช้จ่ายเงินไปกับความฟุ่มเฟือยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากในกรณีที่สามารถบอกปัด หรือนำเสนอทางเลือกที่ใช้เงินน้อยกว่าก็อย่าอายที่จะเสนอไอเดียไป เผื่อบางทีกิจกรรมสังสรรค์ที่คุณเสนออาจเป็นความแปลกใหม่ที่เพื่อน ๆ ชอบใจก็ได้นะ

13. เที่ยวฟรีดีกว่า

งานบันเทิงหรือกิจกรรมดี ๆ ที่จัดฟรีก็อย่าได้พลาดนะจ๊ะ ยิ่งในช่วงที่คุณมีอาการเบื่อ ๆ งานเที่ยวฟรี อิ่มดี แต่ตังค์ยังอยู่ครบนี่ต้องไปให้ได้เลย

14. ออกกำลังกายแบบไม่ต้องพึ่งฟิตเนส
สุขภาพจะดีได้ก็ต้องออกกำลังกาย และบางคนที่อยากฟิตหุ่นด้วยอาจจะเลือกใช้บริการฟิตเนส จ้างเทรนเนอร์มาคอยสอนอีกหลายตังค์ ซึ่งอันที่จริงแล้วแค่เราออกกำลังกายด้วยตัวเองที่บ้าน หรือใช้บริการเครื่องเล่นที่สวนสาธารณะก็ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกันเท่าไร เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ความตั้งใจของเราเองนะจ๊ะ

15. กินอาหารคลีน

ดูเป็นเรื่องที่อิงสุขภาพไม่เบา แต่ผลพลอยได้จากการกินอาหารคลีนยังช่วยให้เราประหยัดค่าอาหารได้อีกเยอะเลยล่ะ เพราะวัตถุดิบของอาหารคลีนก็เน้นผัก เน้นเนื้อสัตว์ ตัดพวกขนมไร้ประโยชน์และอาหารราคาแพงที่ไม่ได้ให้คุณค่าทางสารอาหารเท่าไรออกไปโดยปริยาย

16. ทำความสะอาดบ้านเอง

หากคุณจ้างแม่บ้านหรือบริษัททำความสะอาดบ้านและจัดสวนมาดูแลความเรียบร้อยในบ้านให้ แนะนำให้ยกเลิกบริการเหล่านี้แล้วลงมือทำความสะอาดบ้านด้วยตัวเองดีกว่า ตัดรายจ่ายได้อีกหลายบาทเชียว

17. รูดบัตรเครดิตเท่าที่จ่ายไหว

รู้กันดีอยู่แล้วว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่ใช่ถูก ๆ ดังนั้นก่อนตัดสินใจรูดบัตรชำระสินค้าอะไรอยากให้ลองคำนวณเงินในบัญชีของตัวเองกันสักนิด โดยเฉพาะถ้าของที่รูดซื้ออยู่ไม่ได้มีความจำเป็นต่อชีวิตเท่าไรยิ่งต้องเก็บบัตรเครดิตลงกระเป๋าด่วนเลย

18. DIY ของขวัญให้เพื่อน

ภาษีสังคมอย่างค่าของขวัญแบบนี้เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่เราตัดออกได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณ DIY ของขวัญให้เพื่อนด้วยตัวเอง ใส่ไอเดียและความตั้งใจลงไปบนของชิ้นนั้น รับรองเลยว่าผู้รับจะต้องประทับใจมากกว่าได้ของขวัญราคาแพงซะอีก

19. ออมอย่างชาญฉลาด

หากคุณต้องการออมเงินแต่มักจะล้มเหลวไม่เป็นท่าทุกที ลองเปลี่ยนวิธีออมเงินแบบที่ตัวเองเบี้ยวไม่ได้ เช่น เปิดบัญชีเงินฝากประจำ หรือออมเงินให้สนุกกว่าเดิม ด้วยการตั้งกติกาการออมเงินอย่างเก็บเฉพาะแบงก์ 50 เหรียญ 10 หรือหักเอาค่ากาแฟมาเก็บออม ถือเป็นภารกิจไดเอตไปด้วยในตัว

20. จ่ายบิลตรงเวลา

บิลค่าใช้จ่ายต้องเคลียร์ให้ทันกำหนดชำระ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมที่ต้องเสีย โดยเฉพะบิลค่าบัตรเครดิตที่นอกจากจะเสียค่าธรรมเนียมในการจ่ายแล้ว ยังมีอัตราดอกเบี้ยที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นหากชำระล่าช้าอีกด้วยนะ

นิวเคลียร์ เจอดราม่า!! ดาราแต่งงานทำไมต้องเจอใช้เงินเยอะ

"เรน" ประกาศแต่งงานกับนางฟ้า "คิมแตฮี" หลังคบรักกัน 4 ปี

 

ยังไม่ทันถึงวันแต่งงานแต่กลับเจอดราม่าให้แล้ว สำหรับว่าที่เจ้าสาวคนต่อไป “นิวเคลียร์ หรรษา” ที่จะจัดพิธีหมั้นกับหวานใจหนุ่ม “เพชรจ้า วิเชียร” ในวันที่ 19 มกราคม และฉลองมงคลสมรสวันที่ 28 มกราคมนี้ แต่ล่าสุดกับถูกโลกโซเชียลตั้งคำถามว่า ทำไมเวลาดาราแต่งงานต้องหมดเงินเยอะเกินตัว ซึ่งงานนี้สาวนิวเคลียร์ได้ออกมาชี้แจงให้ฟังว่างานแต่งของเธอยังไม่เกินงบ และเป็นเพียงงานแต่งที่จัดขึ้นครั้งเดียวก็อยากจะทำให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของพี่สาว “อุ้ม ลักขณา” กับหวานใจหนุ่ม “บอล กฤษณะ” นั้นขอให้ทุกคนรอฟังจากปากพี่สาวเองดีกว่า

งานแต่งเราเตรียมการไปถึงไหนแล้ว?
“วันที่ 19 นี้ก็จะเป็นงานแต่งแบบจีนนะคะจะมีพิธีหมั้นและจดทะเบียนที่เรือนหอค่ะ และในวันที่ 28 นี้ก็เป็นงานแต่งแล้ว ตอนนี้ก็ค่อนข้างวุ่นนิดนึงค่ะ พี่เพชรเขาไม่ทำเองเลย คือเพื่อนเขาจะทะเลาะกันบ่อยเวลาที่จะแต่งงาน ผู้ชายจะเอาอีกอย่าง ผู้หญิงจะเอาอีกอย่าง เขาเลยตัดปัญหาว่างั้นให้นิวทำไปเลยนะ พี่อะไรก็ได้ก็แล้วแต่นิว ตอนแรกเราก็ดีใจนะคิดว่าดีจังเลยไม่วุ่นวาย กลายเป็นว่าตัวหนูที่วุ่นวายเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็โอเคค่ะเพราะทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว”

ใกล้จะเป็นเจ้าสาวเต็มตัวแล้วมีตื่นเต้นบ้างไหม?
“ก็ตื่นเต้นนิดนึงค่ะ เพราะว่าจะเปลี่ยนเป็นนางแล้ว คือเพื่อนในกลุ่มก็มาบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ต้องแล้ว ยังใช้นางสาวได้ เปลี่ยนแค่นามสกุลก็พอ แต่พี่เพชรก็จะมาบอกว่าเราต้องคิดถึงลูกเรานะ ถ้าลูกเราไปโรงเรียนแล้วเพื่อนถามทำไมแม่เธอยังใช้นางสาวอยู่เลย ไม่ได้แต่งงานเหรอ พอเราคิดก็เลยตกลงเปลี่ยนเป็นนางเลยแล้วกัน”

ตอนนี้การเตรียมงานเรียบร้อยไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?
“งานหมั้น 100% แล้วค่ะ พร้อมแล้ว ส่วนงานแต่งก็ประมาณ 80% ค่ะ ยังมีต้องปรับปรุงฉากแบล็คดรอปอยู่นิดหนึ่ง เพราะยังเจ้าหญิงไม่พอ คือตอนแรกที่ทำเป็นเทพนิยายจ๋าเลยค่ะ ซึ่งเราก็กลัวว่ามันจะเหมือนงานแฟนซีเกินไปหรือเปล่า เราเลยต้องลดลงมาให้มันดูเป็นงานแต่งหน่อย ซึ่งการทำปราสาทน้ำแข็งเพดานโรงแรมไม่สูงพอแอบเศร้านิดนึง ก็เลยต้องลดลงมาแต่ก็ยังได้เป็นฟิวส์เมืองหิมอยู่”

การจัดงานแต่งครั้งนี้เกินงบที่พี่เพชรจ้าให้ไว้เยอะไหม?
“ยังอยู่ในงบค่ะ คือเป็นเมืองปราสาทที่ไม่ได้สูงขนาดนั้นอะไรที่เซฟได้เราก็จะเซฟ”

สินสอดที่พี่เพชรจ้าให้ดูเหมือนเขาก็ทุ่มให้เราสุดๆ เหมือนกัน?
“เวลาที่เราถามเป็นจำนวนตัวเลข เขาชอบบอกว่าไม่อยากให้ตีค่าเราเป็นจำนวนเงิน ไม่อยากจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้มีค่าเท่าไหร่ เขาก็เลยขอทุ่มทั้งตัว ก็เห็นวันนี้ไปธนาคารอยู่ แล้วบอกว่าอย่าทิ้งพี่นะ (หัวเราะ) แต่เขายังไม่ให้หมดตัวหรอก เพราะเขาต้องเก็บเงินไว้ให้ลูกด้วย แต่บ้านเขาก็ให้เป็นสินสอดค่ะ ให้เป็นชื่อเราแต่รถยังค่ะ”

แต่ก็มีกระแสดราม่ามาออกมาว่า ทำไมเวลาดาราแต่งงานต้องใช้เงินเยอะ?
“เราอยู่ในงบที่เราตั้งไว้ค่ะ ไม่ได้เกินไป แต่ก็ยังไม่มีใครมาว่านิวนะ มีแต่คนอยากเห็นชุดเรืองแสง”

เซ็งไหมที่งานแต่งเรายังไม่ทันจัดขึ้น แต่ก็มีกระแสดราม่าเข้ามาแล้ว?
“ไม่นะคะ ก็แต่งครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็อยากให้มันออกมาดีที่สุดเพราะมันจะอยู่กับเราไปตลอด เพราะเราแก่ไปมานั่งหาใน YouTube ใน Google งานแต่งของเราก็ยังคงอยู่ไปตลอด”

เพื่อนเจ้าสาวมีใครบ้าง?
“ส่วนมากเพื่อนเจ้าสาวจะเป็นเพื่อนในวงการค่ะ ในวงการก็จะมีเนย แจม พี่แย้ น้องพาย”

หลายคนยังสงสัยว่าจะเห็น อุ้ม ลักขณา ในงานแต่งเราไหม?
“มาสิ ต้องมาทั้งงานหมั้น งานแต่งอยู่แล้ว นางก็บอกว่าเธอแต่งก่อนเธอต้องซื้อเพชรให้ฉันนะ เพราะตามคนจีนต้องซื้อให้ เดี๋ยวพี่สาวจะไม่ได้แต่ง”

เห็นช่วงนี้เดินสายทำบุญบ่อย?
“ช่วงนี้นางเข้าวัดตลอดเลยค่ะ เราก็ไม่ได้เจอกันเลย นิวก็ทำงานวุ่นอยู่แต่กับงานแต่ง นางก็จะบอกฉันไปบวชนะ ฉันอยู่วัดนี้จะมาหาไหม หรือจะมาชวนอาทิตย์หน้าจะไปคำชะโหนดไปไหม เขาก็จะเดินไปสายบุญเลยค่ะ”

กับข่าวที่ผ่านมาทำให้เขาหายเครียดหรือยัง?
“นิวก็จะบอกเขาว่าอย่าไปอ่านคอมเม้นต์หรืออะไรพวกนี้เยอะ คนก็แปลก คนที่รู้จักเราน้อยที่สุดกลับพูดถึงเรามากที่สุด เหมือนทำมาเป็นรู้จักเรามากที่สุด แล้วเธอจะไปอ่านทำไม เขาก็เลยไม่อ่าน หันมาทางบุญเข้าวัด สภาพจิตใจเขาก็ดีขึ้นค่ะ”

เราให้กำลังใจพี่สาวยังไงบ้าง?
“อย่าที่บอกไปเมื่อกี้ค่ะว่าอย่าไปสนใจ ถามว่ามีผลไหมมันก็มีผลนะ ถึงเราจะไม่อยากอ่านแต่เราก็ขอแอบเข้าไปดูหน่อย เพียงแค่ 5 นาทีมันก็บั่นทอนจิตใจเรามากแล้วกับเพียงแค่ปลายนิ้วของคนที่ไม่รู้จักเราเลย เราเลยบอกว่าเธออย่าไปสนใจอะไรเลย ครอบครัวเรารู้ว่าอะไรเป็นยังไง เพื่อนๆ เรารู้ว่าอะไรเป็นยังไงก็พอ ซึ่งพี่อุ้มก็กำลังใจดีมากค่ะ อยู่ด้วยกันตลอด ตอนแรกก็เครียดแต่ว่าตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ”

ปัญหาในครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นมุมอ่อนแอของพี่สาวตัวเองไหม?
“จริงๆ ก็เห็นนางอ่อนแอบ่อยนะ จะอ่อนแอกับเรื่องความรักมามาก เราก็จะให้กำลังใจกันมาตลอด แต่มาเรื่องนี้ก็หนักเหมือนกันนะ ก็เศร้า แต่ก็ให้เขาเข้มแข็งแหละ ฟ้าหลังฝนย่อมสวยเสมอ”

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวออกมาว่าอุ้มจะแต่งงาน ใจเราอยากเห็นพี่สาวแต่งไหม?
“ก็ต้องอยากเห็นแหละค่ะ แต่เราก็ให้กำลังใจกันไป เรายังไม่ได้คุยเรื่องนี้กันเลย”

ในไอจีของอุ้มขึ้นแคปชั่นว่า Begin again หลายคนเลยสงสัยว่าทั้งสองจบความสัมพันธ์กันแล้วหรือเปล่า หรือว่ากลับมาคืนดีกัน?
“อันนี้พี่อุ้มบอกว่าให้รอฟังจากพี่อุ้มเองดีกว่าค่ะ”

หลังจากที่ข่าวออกมาทางครอบครัวเรามองพี่บอลเปลี่ยนไปไหม?
“ไม่ค่อยอยากจะพูดเรื่องนี้เลย เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกอย่างโอเคค่ะ เรื่องพี่บอลก็ขอให้เป็นเรื่องของศาลหรือกฎหมายไป”

สำหรับตัวเราพร้อมให้โอกาสพี่บอลไหม?
“ไม่พูดดีกว่า ถ้าพูดไปเดี๋ยวจะมีประเด็นอะไรขึ้นมาอีก ซึ่งหลังจากเป็นข่าวนิวก็ยังไม่ได้เจอพี่เขาเลยค่ะ แต่ทุกอย่างมันก็อยู่ที่พี่อุ้มค่ะ อะไรที่พี่อุ้มทำแล้วแฮปปี้มีความสุข เราก็อยู่ข้างเขาอยู่แล้ว พี่อุ้มรู้ว่าอะไรคืออะไร เขาเลือกทางของเขาได้ถูกอยู่แล้วค่ะ ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวก็แฮปปี้ดีค่ะ ทุกคนกำลังตื่นเต้นเรื่องงานแต่งงานเลยไม่ได้เครียดอะไรตอนนี้”

ถามพี่อุ้มได้บอกไหมว่าพร้อมจะเจอผู้คนเมื่อไหร่?
“งานแต่งค่ะ 28 มกราคม ซึ่งแขกก็พอสมควรอยู่ พยายามคัดให้น้อยๆ ดูอบอุ่น พยายามจะไม่ให้เกิน 1500 คนค่ะ”

พี่บอลมาไหม?
“ไม่รู้ (หัวเราะ) มาเดี๋ยวก็เห็นรูปค่ะ คือตัวหนูเชิญไปนานแล้ว เชิญไปก่อนมีเรื่องอีก”

“เรน” ประกาศแต่งงานกับนางฟ้า “คิมแตฮี” หลังคบรักกัน 4 ปี

"เรน" ประกาศแต่งงานกับนางฟ้า "คิมแตฮี" หลังคบรักกัน 4 ปี

กลายเป็นข่าวดังไปทั่วภูมิภาคเอเชียในเช้าวันนี้ สำหรับความรักระหว่าง 2 ซุปตาร์แดนกิมจิ ที่ออกมาประกาศข่าวดี คอนเฟิร์มว่าทั้งคู่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานเร็วๆ นี้ สำหรับนักร้องหนุ่ม “เรน” ที่คนไทยรู้จักกันดี กับดาราสาวที่ได้ฉายาว่า “นางฟ้า” อย่าง “คิมแตฮี”

ล่าสุดในวันนี้ (17 ม.ค.) หนุ่มเรน หรือชื่อจริง จองจีฮุน ได้โพสต์จดหมายลายมือของเขาเองลงในอินสตาแกรม @rain_oppa เพื่อแจ้งข่าวนี้กับแฟนๆ ที่คอยเป็นกำลังใจเขามาโดยตลอด โดยจดหมายภาษาเกาหลีที่เผยแพร่ออกมา สามารถสรุปใจความได้ว่า

“ผมเดบิวต์ในวงการนี้มา 16 ปีแล้ว แฟนๆ ยังคงสนับสนุนผมมาโดยตลอด รวมทั้งพวกคุณยังต้อนรับผู้หญิงที่งดงามคนหนึ่งในชีวิตของผมด้วย และเธอคนนี้กำลังจะเป็นทั้งแม่ของลูกผมในอนาคต ผมกำลังจะเป็นสามีและเริ่มสร้างครอบครัวแล้วครับ ตอนนี้ความรักและโชคชะตาของเราเป็นเช่นนั้น

สำหรับพิธีแต่งงานของเราจะมีขึ้นเร็วๆ นี้ แต่เราขออนุญาตเก็บเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัว เราขอบคุณทุกคนมากที่เป็นกำลังใจให้เสมอมา ต่อจากนี้ไปผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบทบาทนักแสดงหรือนักร้อง รวมทั้งบทบาทอื่นๆ ที่กำลังจะเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย เธอคือของขวัญพิเศษที่สุดในชีวิตของผม”

จดหมายฉบับถูกเผยแพร่ออกมา หลังจากที่เมื่อวันก่อนมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการแต่งงานของ เรน และ คิมแตฮี ซึ่งก็กลายเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันชัดเจนได้ว่า ทั้งคู่กำลังเข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการ ตามรายงานยังบอกว่า พิธีแต่งงานของทั้งคู่จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ที่โบสถ์คาทอลิกแห่งหนึ่ง

”ชัปปุยส์”ยันยังมีสัญญาอยู่กับสุพรรณฯ

....ขออนุญาตเรียนแจ้ง ลูกค้านะค่ะ  สำหรับการสมัครสมาชิกใหม่ ลูกค้าจะต้องทำการโอนเงินมาจากบัญชีตามฐานข้อมูลที่ให้ไว้ข้างต้นเท่านั้น ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการรับลูกค้าใหม่ที่โอนเงินมาจากช่องทางอื่นๆ เช่น ตู้เงินสด หรือเคาน์เตอร์ต่างๆ และบัญชีบุคคลอื่นฯ หากพบข้อสงสัย หรือทำผิดกติกา ต้องรอทำการตรวจสอบเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่โอนเงินเข้ามาค่ะ **ทางเว็บไซต์ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะค่ะ..ขอบคุณค่ะ

 

ชาริล ชัปปุยส์ ยืนยันหนักแน่นยังมีสัญญาอยู่กับ สุพรรณบุรี เอฟซี พร้อมกับให้เความเคารพเรื่องนี้อย่างมาก ส่วนที่เปลี่ยนมาใส่เบอร์ 7 นั้น เพราะว่าชอบ เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ

สืบเนื่องจากโลกออนไลน์ต่างลือกันให้แซดว่า ชาริล ชัปปุยส์ จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของเอสซีจี เมืองทอง เพราะเจ้าตัวได้เปลี่ยนชื่อในอินสตาแกรมเป็น 7charyl ทว่าผู้สื่อข่าวสยามกีฬาได้ทำการไดเรกต์ไอจีเพื่อพูดคุยกับลูกครึ่งไทย-สวิส รายนี้แบบส่วนตัว

โดยเจ้าตัวยืนยันว่ายังมีสัญญาอยู่กับสุพรรณบุรี เอฟซี และเคารพในสัญญาดังกล่าวอย่างมาก ทว่า ชาริล ชัปปุยส์ ได้เผยสาเหตุการตัดสินใจเปลี่ยนหมายเลขเสื้อจากเบอร์ 10 ที่เป็นความใฝ่ฝันวัยเด็ก มาสวมเบอร์ 7 ให้กับต้นสังกัดในฤดูกาล 2017

“ความจริงตั้งแต่เด็ก ผมฝันอยากจะใส่เสื้อเบอร์ 10 ตลอด เหมือนกับ โรแบร์โต้ บาจโจ และกัปตันซึบาสะ ผมเคยใส่เบอร์ 4 กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งตอนนั้นเล่นเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ เคยใส่เบอร์ 6 และก็เบอร์ 10 ด้วย แต่กับเมืองไทย ผมรู้สึกว่าเสื้อหมายเลข 7 มันเป็นอะไรที่พิเศษสำหรับผม”

“กับทีมชาติผมเริ่มได้ใส่เสื้อเบอร์ 7 และผมก็รู้สึกว่ามันเป็นเบอร์เสื้อที่นำเรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิตผม และผมก็เริ่มที่จะชื่นชอบมัน ผมคุยกับทู (ชนานันท์ ป้อมบุบผา) เขาเองก็อยากจะใส่เสื้อเบอร์ 10 อยู่แล้ว เราก็เลยแลกเปลี่ยนกัน ส่วนนักฟุตบอลหมายเลข 7 ที่ชื่นชอบก็คงจะเป็น เดวิด เบ็คแฮม”

“บิ๊กอ๊อด”หวังพาทัพช้างศึกก้าวพ้นอาเซียน

S"บิ๊กอ๊อด"หวังพาทัพช้างศึกก้าวพ้นอาเซียน

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประมุขลูกหนังไทย หวังพาทัพช้างศึกก้าวพ้นอาเซียน สร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนบอลชาวไทยที่ยิ่งใหญ่กว่าในระดับเอเชียแบบยั่งยืน พร้อมกันนี้ ได้กล่าวขอบคุณบรรดาสโมสรต่างๆ ที่ถือว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างนักเตะทีมชาติไทยขึ้นมา จนมีความแข็งแกร่ง และวาดฝันหวังเห็นการร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวของกับการจัดแข่งขันในระดับเยาวชน ทั้งกรมพลศึกษา กรุงเทพมหานคร กองทัพอากาศ และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ร่วมกันเป็นหนึ่งในการจัดการแข่งขัน เพื่อเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับทีมชาติไทยระดับเยาวชนและก้าวขึ้นเป็นทีมชุดใหญ่ต่อไปในอนาคต

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เผยถึงแนวคิดความฝันกับการพัฒนาวงการฟุตบอลทีมชาติไทยในอนาคต หวังที่จะเห็นทีมชาติไทย ก้าวข้ามอาเซียน อยู่ในระดับเอเชียอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่อยากให้ความฝันของคนไทยหยุดอยู่แค่แชมป์ในย่านอาเซียนเท่านั้น แต่ต้องก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับการลุ้นของทวีปเอเชียมากกว่า ส่วนในระดับอาเซียนให้เป็นผลพลอยได้ ทว่าก็ย้ำ ใช่ว่าตนเองจะไม่ให้ความสำคัญกับระดับอาเซียน

“จากแนวทางการทำงานเดิมๆ ที่เราเคยทำกันมา ต้องยอมรับว่าไม่มีสิ่งแปลกใหม่เข้ามานัก เราเคยภาคภูมิใจกับแชมป์ซีเกมส์ แชมป์เอเอฟเอฟ ซึ่งต้องถามว่าระดับเอเชียเราเคยทำสำเร็จมามากน้อยแค่ไหน เคยก้าวขึ้นไปแต่ก็ร่วงลงมาอีก และกว่าจะก้าวขึ้นไปก็ไม่สามารถตอบได้ว่านานแค่ไหน ผมเข้าใจ เราภูมิใจกับการเป็นแชมป์อาเซียน ผมก็ภูมิใจ แต่ถ้าได้แชมป์ระดับทวีป มันก็น่าจะภูมิใจมากกว่านี้ใช่หรือไม่ ผมไม่อยากภูมิใจแค่นี้ และเชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกัน เราอยากไปอยู่ในจุดที่สูงกว่า และมองลงมาว่าถ้วยอาเซียนนั้นแค่ผลพลอยได้ เมื่อเราทำงานที่ใหญ่กว่าจนชินแล้ว การลงมาทำงานที่เล็กลงมา ก็ไม่น่าจะเป็นงานที่ยากอีกต่อไป ศึกษาจากญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างได้ พวกเขาให้ความสำคัญกับอะไร บางรายการเขายังไม่ส่งชุดใหญ่มาเล่นเลยยังเป็นระดับเยาวชน 19 หรือ 21 ปี มาเล่นด้วยซ้ำ ผมไม่อยากให้การคว้าแชมป์อาเซียนเป็นความฝันของคนไทย แต่ผมอยากให้เรามองไปในจุดที่ไกลกว่า เป็นความฝันของแฟนบอลไทยกับทีมชาติไทยที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น”

“ทว่าอย่างไร ผมเองก็ต้องขอขอบคุณทุกสโมสรในเมืองไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งทุกสโมสรไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ถือว่ามีส่วนสำคัญในการพัฒนาวงการลูกหนังไทย และทีมชาติไทย โดยเฉพาะในขวบปีที่ผ่านมาอย่างสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ขนเอานักเตะทีมชาติไปอยู่ร่วมกัน ทำให้ทุกคนได้เล่นร่วมกันจนเกิดความแข็งแกร่ง ก็ต้องขอบคุณทุกสโมสรด้วยที่ได้ช่วยกันสร้างนักกีฬาขึ้นมา ถ้าไม่มีสโมสรทีมชาติไทยก็จะไม่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน”

ขณะเดียวกัน ทาง “บิ๊กอ๊อด” นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังได้กล่าวถึงความฝันที่ต้องการเห็นความร่วมมือในการแข่งขันฟุตบอลลีกต่างๆ ที่เกิดจากความร่วมมือกันขององค์กรไม่ว่าจะเป็นกรมพลศึกษา กรุงเทพมหานคร กองทัพอากาศ และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ หันหน้ามาร่วมกันเป็นหนึ่งในการจัดการแข่งขัน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการสร้างรากฐานของเยาวชนที่แข็งแกร่งได้ และต่อยอดในนามของทีมชาติชุดต่างๆ จนถึงชุดใหญ่อีกด้วย หรือแม้กระทั่งการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับอำเภอ จังหวัด และภูมิภาค ที่หวังอยากให้เกิดขึ้นทุกพื้นที่ด้วยซ้ำ

ทีมจีนทุ่มค่าเหนื่อยปีละ10ล้านป.ล่อยังลาผี

ทีมจีนทุ่มค่าเหนื่อยปีละ10ล้านป.ล่อยังลาผี

 

ถึงจะเป็นสำรองกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ แอชลี่ย์ ยัง ปีกวัยเก๋ายังเนื้อหอม หลัง ซานตง ลูหนิง พร้อมยื่นค่าเหนื่อยก้อนโตถึง 10 ล้านปอนด์ต่อปี หวังล่อใจเจ้าตัวให้ยอมโบกมือลาโรงละครแห่งความฝันมาค้าแข้งในแดนมังกร

แอชลี่ย์ ยัง ปีกจอมพลิ้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงเนื้อหอม เมื่อได้รับข้อเสนอเป็นค่าเหนื่อยก้อนโต 10 ล้านปอนด์ต่อปี (ประมาณ 480 ล้านบาท) จาก ซานตง ลู่เหนิง สโมสรเงินถังใน ซูเปอร์ลีก จีน ที่หวังดึงตัวไปเสริมทัพ จากรายงานของ เดอะ ซัน สื่อดังเมืองผู้ดี เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา

ซานตง ลู่เหนิง ซึ่งจบอันดับ 14 ในลีกเมื่อปีที่ผ่านมา และมี เฟลิกซ์ มากัธ อดีตเทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค คุมทัพ เคยเปิดเผยว่าอยากได้นักเตะจากลีกสูงสุดแดนผู้ดีเข้ามาเพิ่มเติมอีก โดยปัจจุบันมี กราเซียโน่ เปลเล่ อดีตกองหน้า เซาธ์แฮมป์ตัน กับ ปาปิสส์ ซิสเซ่ อดีตดาวยิง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นตัวชูโรงอยู่แล้ว และ ยัง คือเป้าหมายต่อไป

ยัง วัย 31 ปี มีโอกาสลงสนามเพียง 10 นัดในเกมลีกซีซั่นนี้ ทำให้มีข่าวว่าต้องการเก็บข้าวของออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มาตลอด โดยมี เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน, คริสตัล พาเลซ รวมทั้ง วัตฟอร์ด ต้นสังกัดเก่า สนดึงตัวไปร่วมทัพในช่วงตลาดนักเตะหน้าหนาวนี้ ขณะที่แข้งชาวอังกฤษ เหลือสัญญากับ “ปีศาจแดง” ถึงปี 2018 แม้จะมีเงื่อนไขขยายเพิ่มอีก 1 ฤดูกาลก็ตาม

เกือบได้เฮ!คล็อปป์เชื่อหงส์วางแผนมาดีกว่าผี

เกือบได้เฮ!คล็อปป์เชื่อหงส์วางแผนมาดีกว่าผี

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ชมแข้ง ลิเวอร์พูล ฟอร์มแจ่ม แต่ขาดความเฉียบคมในจังหวะ เชื่อต้นสังกัดน่าจะได้ 3 คะแนนเต็มในเกมบุกเจ๊า “ปีศาจแดง” เหตุเป็นทีมที่ดีกว่าและวางแผนมาดีกว่าชัดเจน

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ออกมากล่าวว่า “หงส์แดง” วางแผนมาดีกว่า และควรจะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ ในเกม พรีเมียร์ลีก นัด “แดงเดือด” ที่บุกเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อริตลอดกาล 1-1 ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

กุนซือชาวเยอรมัน กล่าวหลังจบเกมว่า “มันเป็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง เราเป็นทีมที่ดีกว่า, เล่นได้ดีกว่า และวางแผนมาดีกว่า ผมมีปัญหาในการจัดผู้เล่น 11 ตัวจริงเล็กน้อย แต่นักเตะทำได้ดีและเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โชคร้ายที่เรายิงได้เพียงประตูเดียวจากจุดโทษ และผมคิดว่ามีอีกหลายจังหวะที่เราขาดความเฉียบคมนิดหน่อย โดยเฉพาะในช่วง 20 นาทีสุดท้ายตอน ยูไนเต็ด เน้นเล่นแต่ลูกโยนยาว มันเป็นงานยากอย่างยิ่ง”

“ผมคิดว่าเราสมควรได้ 3 คะแนนเต็มในนัดนี้ แต่เราเก็บได้ 1 แต้มและนั่นก็โอเค ฟอร์มการเล่นยอดเยี่ยม ผมคิดถึงคุณภาพของคู่แข่งและเกี่ยวกับทุกสิ่ง แล้วจากนั้นนั่งดูเกมอีกครั้ง และหากต้องบอกว่าใครที่น่าจะชนะในเกมนี้ มันจะต้องเป็นทีมของผม แต่ก็อย่างที่มันเป็นไปและมันไร้ปัญหากับการบุกเก็บ 1 แต้มในเกมเยือน ยูไนเต็ด มันเยี่ยมเสมอเมื่อคุณเล่นได้ในระดับนี้และเก็บ 3 คะแนนเต็ม แต่ก็อยน่างที่มันเป็นไปนั่นแหล่ะ” คล็อปป์ ทิ้งท้าย

ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ที่สะกดคำว่าชนะไม่เป็น 4 นัดหลังรวมทุกรายการ อยู่ในอันดับ 3 ของตาราง มี 45 คะแนน ตามหลัง เชลซี จ่าฝูง อยู่ 7 คะแนน หลังจากลงสนามไปแล้ว 21 นัด

“เกเตอเรด” ปรับโฉมดึงนักกีฬาระดับโลกบนแพคเกจจิ้ง

"เกเตอเรด" ปรับโฉมดึงนักกีฬาระดับโลกบนแพคเกจจิ้ง

 
“เกเตอเรด” เครื่องดื่มเกลือแร่อันดับหนึ่งใน 27 ประเทศทั่วโลก โดย บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ในเครือเป๊ปซี่โค ปรับโฉมโลโก้และแพคเกจจิ้งใหม่รุกตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ โดยนำโลโก้ใหม่ที่มีตราสัญลักษณ์ตัว “G” มาใช้เพื่อตอกย้ำชื่อแบรนด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เหนือชัยชนะ คือชนะใจตัวเอง” ผ่านฉลากสีสันโดดเด่นพร้อมรูปนักกีฬาระดับโลกในฐานะโกลบอลพรีเซ็นเตอร์ 3 คน บนแพคเกจจิ้ง

สำหรับ 3 รสชาติ อันได้แก่ ลิโอเนล เมสซี (Lionel Messi) กับกลิ่นมะนาว (Lemon Lime)  เซเรน่า วิลเลียมส์ (Serena Williams) กับกลิ่นองุ่น (Grape)  และอเล็กซิส ซานเชซ (Alexis S?nchez)  กับกลิ่นบลูบลาส (Blue Blast) โดย “เกเตอเรด” (Gatorade) โฉมใหม่มีให้เลือก 2 ขนาด คือ ขนาด 350 มล. ราคา 18 บาท วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ และขนาด 500 มล. ราคา 25 บาท วางจำหน่ายในร้านค้าปลีก ซุปเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต รวมทั้งสนามกีฬาและฟิตเนสเซ็นเตอร์ต่างๆ

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ “เหนือชัยชนะ คือชนะใจตัวเอง”  ไปกับเครื่องดื่มเกลือแร่ “เกเตอเรด” (Gatorade) ทั้ง
3 รสชาติ ในขวดดีไซน์ใหม่ทั้ง 2 ขนาดได้แล้ววันนี้ พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ผ่านทาง www.facebook.com/GatoradeThailand