วิธีทำให้หน้าหายไหม้

วิธีทำให้หน้าหายไหม้

 

ช่วงนี้เข้าหน้าร้อนแล้ว อากาศร้อนมาก แดดก็จัด อาจทำให้ผิวหน้าสวยๆ เกิดไหม้ได้ตลอดเวลา วันนี้เรามีเกร็ดความรู้ พร้อมวิธีแก้ไขรอยผิวไหม้บนใบหน้าแบบธรรมชาติมาฝากกัน….

ส่วนผสม

1. ชาดำ 1 ถุง

2. องุ่นแกะเม็ดออก

3. แตงกวา ครึ่งลูก

4. ผงฟู 1 ช้อนชา

วิธีทำ

ขั้นตอนแรก ต้มน้ำให้เดือดแล้วเทใส่แก้ว จากนั้นนำถุงชาจุ่มลงเหมือนเวลาชงชา ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น

ขั้นตอนที่สอง นำผลองุ่นหลายๆ ผล แตงกวา และผงฟู 1 ช้อนชา ปั่นรวมกันให้ละเอียด แล้วนำมาใส่รวมกับน้ำชา พักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที

ขั้นตอนที่สาม ค่อยๆ คั้นน้ำชาออก เสร็จแล้วนำกากของส่วนผสมทั้งหมดมาแปะผิวบริเวณที่ผิวไหม้

ถ้าใช้ไม่หมดให้เก็บแช่ตู้เย็นได้ ทำเป็นประจำติดต่อกัน 4 วัน หน้าไหม้ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ถ้าหากเกิดอาการคันหรือแพ้ ควรเลิกใช้ทันที

ใครที่กำลังหน้าไหม้อยู่ ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกันดูได้เลยจ้า

สูตรความงาม จากโลกตะวันออก

สูตรความงาม จากโลกตะวันออก

 

สูตรความงามจากโลกตะวันออก (Health & Cuisine)

ปัจจุบัน ภูมิปัญญาการแพทย์และความงามของโลกตะวันออก ได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนวดไทย แพทย์แผนไทย หรือแม้แต่การฝังเข็มแบบจีน การใช้ประโยชน์จากน้ำพุร้อนของญี่ปุ่น ไม้ทานาคาของพม่า การบำรุงผมด้วยเฮนน่าของอินเดีย การทำสปาแบบอินโดนีเซีย เป็นต้น

เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์สวยด้วยธรรมชาติ เราจึงมีสูตรปรนนิบัติผิวพรรณง่ายๆ สไตล์บาหลี ที่สามารถหาส่วนผสมได้ในบ้านเราและทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการมาฝากกัน 5 สูตรความงามตำรับบาหลี

1. มันดิ ซูซู (Mandi Susu)

ตำรับการดูแลผิวคล้ำเสียจากแสงแดด ด้วยการอาบน้ำนม ซึ่งเป็นวิธีคืนความชุ่มชื้นสู่ผิวอย่างล้ำลึก เพียงแช่ตัวในน้ำนมราว 20 นาที ขึ้นมาพักให้ผิวแห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด น้ำนมที่ว่านี้ใช้ได้ทั้งนมแพะ นมแกะ นมวัว รวมถึงนมผงสำหรับเด็ก หากเพิ่มน้ำผึ้งบริสุทธิ์เข้าไปจะช่วยให้ผิวได้รับสารอาหารมากขึ้น

2. มันดิ ลูลู (Mandi Lulur)

ต้นตำรับการขัดผิวด้วยขมิ้น น้ำผึ้ง และเมล็ดข้าวบดละเอียด ที่ช่วยทำความสะอาดผิวพร้อมบำรุงในขั้นตอนเดียว เป็นสูตรการขัดองค์เจ้าหญิงก่อนเข้าพิธีอภิเษกเมื่อครั้งโบราณกาล

ปัจจุบัน มีการปรับปรุงสูตรมันดิ ลูลู ให้เหมาะสำหรับการนวดสปา โดยเริ่มต้นที่การนวดน้ำมัน จากนั้นผสมไม้จันทน์หอม น้ำมันหอมกลิ่นมะลิ และโยเกิร์ตให้เข้ากันแล้วปั่นละเอียด นำมาทาผิวให้ทั่ว ทิ้งไว้จนแห้งแล้วจึงขัดเบาๆ อีกครั้ง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำลอยดอกไม้หอม กลิ่นหอมของดอกไม้จะทำให้จิตใจสดชื่น ผ่อนคลาย

3. บาหลีนีส บอเรห์ (Balinese Boreh)

เตรียมผิวเพื่อรับมือกับสายลมหนาว ด้วยส่วนผสมของไม้จันทน์หอม ขิง อบเชย กานพลู เมล็ดผักชี เมล็ดข้าวบดละเอียด ขมิ้น ลูกจันทน์ น้ำมันหอมระเหยจากข่า นำมาปั่นรวมกันให้ละเอียด ผสมน้ำเล็กน้อยก่อนใช้ พอกให้ทั่วตัวทิ้งไว้ 10 นาที ร่างกายจะสัมผัสถึงความร้อนจากเครื่องเทศ สุดท้ายนำแครอทบดละเอียดมานวดที่ผิวเพื่อลดอาการแสบร้อน แล้วจึงล้างน้ำสะอาดตามปกติ

สูตรนี้ช่วยลดอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต แต่ไม่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์ เพราะสมุนไพรมีความร้อน

4. สูตรพอกมะพร้าวเพื่อผิวกระจ่างใส (Coconut Body Glow)

สูตรนี้เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ด้วยการใช้มะพร้าวทึนทึกขูดละเอียด ผสมกับผงขมิ้น พอกผิวกายแล้วขัดเบาๆ ทิ้งไว้สักพัก เช็ดออกด้วยผ้าอุ่น จากนั้นผสมแครอทบดกับเจลาตินให้เข้ากันพอกไว้ให้ทั่วตัว สักพักจึงล้างออก เท่านี้คุณก็มีผิวที่สะอาดกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว

5. อยู่ไฟแบบชวา (Java Wrap)

คือการฟื้นฟูร่างกายและความงามแก่คุณแม่หลังคลอด คล้ายกับการอยู่ไฟของไทย “จาว่าแร็ป” ช่วยขจัดเชื้อโรค ขับน้ำคาวปลา และกระตุ้นส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เข้าสู่ภาวะปกติและรูปร่างกลับมาเพรียวกระชับ โดยใช้ส่วนผสมจากน้ำมันยูคาลิปตัส หินทะเลป่นหรือซากปะการัง น้ำมะนาวสด ใบพลู น้ำมันหอมระเหยกลิ่นมิ้นท์ และผ้าฝ้ายสำหรับคาดเอว 1 ผืน

ผสมทุกอย่างให้เข้ากันจนข้น นำมาพอกบริเวณหน้าท้อง นวดเบาๆ ทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นใช้ผ้าฝ้ายพันให้แน่นตั้งแต่หน้าท้องขึ้นมาถึงเอว นาน 20 นาทีจึงล้างออก น้ำมันยูคาลิปตัสจะช่วยฆ่าเชื้อโรคและกระตุ้นระบบย่อยอาหาร หินทะเลหรือซากปะการังให้แคลเซียมและแร่ธาตุนานาชนิด น้ำมะนาวสด ช่วยขับของเสียผ่านทางผิวหนัง ใบพลู ช่วยฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นคาว ทำเช่นนี้ติดต่อกัน 40 วัน คุณแม่มือใหม่จะกลับมามีหุ่นสวย สุขภาพดีเช่นเดิม

สูตรเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของศาสตร์ความงามจากซีกโลกตะวันออก อันเกิดจากการนำพลังธรรมชาติมาผสมผสานกับภูมิปัญญาอันลุ่มลึก แม้ผ่านกาลเวลามาช้านาน แต่ยังคงมีมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย คุณเองก็พิสูจน์ได้ไม่ยากเลย

บ่มผิวสวยด้วยไวน์

บ่มผิวสวยด้วยไวน์

 

บ่มผิวสวยด้วยไวน์ (คมชัดลึก)

คุณสาวๆ ขา หลังจากเราเอาของในครัว หรือในตู้เย็นมามิกซ์ แอนด์ แมทช์ เพื่อความงาม จนแทบจะหมดขนานสวยกันไปแล้ว วันนี้เราลองมาเล่นของสูงอย่างไวน์กันดีกว่าค่ะ

ถ้าคุณอยู่ในฐานะที่สามารถหาไวน์มาใช้ “อาบ” ได้อย่างไม่เดือดร้อน เราก็มาเริ่มกันเลย

หลังล้างเนื้อตัวขัดถูขี้ไคลแล้ว นำไวน์องุ่นแท้ประมาณ 1 เหยือกมาผสมน้ำอุ่นจัด 1 อ่าง แช่ตัวให้สบายอารมณ์สักครึ่งชั่วโมง น้ำอุ่นจัดจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้รูขุมขนเปิดรับวิตามินจากไวน์ เลือดฝาดจึงมาหล่อเลี้ยงผิวอย่างเต็มที่ จนผิวใสเปล่งปลั่งทีเดียวเชียว

แตงกวาเพื่อนผิว

แตงกวาเพื่อนผิว

 

แตงกวามีคุณสมบัติเป็นแอสติงเจนต์อ่อนๆ จึงให้ความเย็นและช่วยได้อย่างมากต่อผิวอักเสบ มาให้แตงกวาช่วยเติมความสดชื่นให้ผิวด้วยทรีตเมนต์ง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่กี่วินาทีต่อไปนี้

แอสตริงเจนต์แตงกวา ลองใช้แอสตริงเจนต์นี้ถ้าผิวของคุณแพ้ง่าย เหมาะอย่างมากในการลดความมันบนผิว และบรรเทาผิวเมื่อใช้ในยามค่ำคืน วิธีการก็คือเอาแตงกวาปอกเปลือกใส่ในเครื่องปั่นอาหาร และปั่นจนเนียนละเอียด จากนั้นใช้ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็นและซับให้แห้ง

สำหรับผิวกาย หนึ่งในทรีต์เมนต์แตงกวาที่ง่ายที่สุดไม่ต้องการอะไรนอกจากแตงกวากับมีดหนึ่งเล่ม เพียงแค่ใช้แตงกวาฝานบางๆ วางลงบนผิวที่มีปัญหา วางให้ชิดกันแต่อย่าซ้อนกัน และทิ้งให้น้ำแตงกวาซึมเข้าผิวราว 10-20 นาที สำหรับการดูแลผิวทั่วเรือนร่าง ให้นอนคว่ำและจัดการกับแผ่นหลังก่อน (โดยความช่วยเหลือของเพื่อน) ก่อนจะนอนหงายและจัดการกับผิวด้านหน้า ผิวของคุณจะได้ประโยชน์จากทรีตเมนต์นี้ต่อเนื่องไปอีก 4 ชั่วโมง ฉะนั้น อย่าเพิ่งอาบน้ำจนกระทั่ง 4 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

สวยด้วยสมุนไพรไทย

สวยด้วยสมุนไพรไทย

 

สวยด้วยสมุนไพรไทย (Center Point)

กระแสความงาม พ.ศ. นี้ ใบหน้าต้องเกลี้ยงเกลา ขาวใส ไร้สิว ฝ้า กระ และรอยหมองคล้ำ เส้นผมจะดำหรือทำสีก็ต้องสลวยและเป็นเงา รักแร้ก็ต้องขาวนวลไร้รอยด่างดำ สาวไทยรักสวยในวันนี้จึงสมัครใจป็นสาวกเครื่องสำอางแบรนด์ดังจากเมืองนอกตามแรงกระตุ้นของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตกปีละหลายร้อยล้านบาท

ถ้าคุณทวดหญิง คุณย่า คุณยาย หรือหม่อมป้าเห็นลูกหลานใช้ครีมทาหน้ากระปุกละเฉียดหมื่น มีหวังโดนหวดแน่ เพราะแค่กล้วย 2 ใบ บดกับน้ำผึ้งก็เอามาพอกหน้าได้สบายๆ แล้ว หรือจะฝานแตงกวาเป็นแผ่นบางๆ แล้วโปะใต้ตาสัก 10 นาที เพื่อคลายล้าก็ยังไหว และถ้าห่วงว่าผมจะไม่สวยวาว ลองใช้แชมพูมะกรูดสระผมแล้วจะลืมครีมนวดผมไปเลย

ใครสนใจจะลองสวยแบบ BASIC คงต้องค้นคว้าเพิ่มเติมว่า พืชผักผลไม้อะไรที่มีคุณสมบัติและสามารดัดแปลงเป็นครีมบำรุงต่างๆ ได้ แต่อย่าลืมจตรวจสอบสภาพผิวให้มั่นใจก่อนว่า ถูกโฉลกกับเจ้าพืชผักผลไม้นั้นๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นประหยัดเงินค่าเครื่องสำอาง แต่เปลืองค่ายาแก้แพ้ไปซะงั้น
แล้วจะหาว่าไม่เตือน

ดูแลผิวจากภายในด้วยอาหารดีๆ

ดูแลผิวจากภายในด้วยอาหารดีๆ

 
ดูแลผิวจากภายในด้วยอาหารดีๆ

36อ่าน
0
ดูแลผิวจากภายในด้วยอาหารดีๆ

ดูแลผิวจากภายในด้วยอาหารดีๆ (Lisa)

10 Foods to Keep Your Skin Glowing

นอกจากการดูแลภายนอก อย่าลืมดูแลผิวจากภายในด้วยอาหารดีๆ เหล่านี้

1. ปลา ปลาที่มีไขมันสูงอย่างเช่นแซลมอน ให้กรดไขมันโอเมก้า -3 ที่ทำให้ผนังเซลล์แข็งแรง

2. อัลมอนด์ ไม่เพียงแต่มีกรดไขมันโอเมก้า -3 แต่ยังมีโปรตีนที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์ผิว และวิตามินอีที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ซึ่งปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ

3. ผักหลากสี เช่น ฟักทองสีเหลืองสด แครอทสีส้ม ผักโขมสีเขียว พริกหวาน ผักเหล่านี้อุดมด้วย แคโรทีนที่ดีต่อผิว

4. น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน ให้ไขมันจำเป็นแก่ผิวที่ทำให้เซลล์มีความยืดหยุ่น และช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอและอีได้ดีขึ้น

5. อาหารนมไขมันต่ำ โยเกิร์ต ชีส นม อุดมด้วยวิตามินเอที่จำเป็นต่อสุขภาพผิวแบคทีเรียในโยเกิร์ตไม่เพียงแต่ดีต่อลำไส้ แต่ยังดีต่อผิวด้วย การย่อยที่ดีทำให้ผิวดูสดใสและแข็งแรง

6. ผักกาดหอม ให้เส้นใยอาหารคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันเพียงเล็กน้อย วิตามินที่สำคัญที่สุดคือวิตามินเอและโพแทสเซียม

7. โฮลเกรน มีแร่ธาตุและแอนตี้ออกซิแดนท์ที่เรียกว่าซีลีเนียม ที่ช่วยควบคุมความเสียหายของเซลล์ และงดพวกแป้งขาวที่จะให้ระดับอินซูลินเพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่อาการอักเสบและระคายเคืองของผิว

8. อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล ที่ใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดง ถ้าขาดจะทำให้เกิดอาการโลหิตจาง และทำให้ผิวดูซีดเซียวไม่สดใส และทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา

9. ไข่ มีโปรตีนที่ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหายจากอนุมูลอิสระ และยังมีไบโอตินที่ช่วยปกป้องผิวแห้งด้วย

10. ส้ม มีวิตามินซีสูงที่ช่วยปกป้องผิวจากสภาวะแวดล้อม เช่น รังสียูวี วิตามินซีช่วยผิวสร้างคอลลาเจนที่จำเป็นในการทำให้มันปราศจากริ้วรอย

8 วิธีสวยด้วยน้ำผึ้ง

8 วิธีสวยด้วยน้ำผึ้ง

 

8 วิธีสวยด้วยน้ำผึ้ง (กรุงเทพธุรกิจ)

เกร็ดความรู้วันนี้ขอเสนอ ความสวยที่ได้มาจากน้ำผึ้ง แต่ก่อนจะลงมือทำสวย เรามาทดสอบก่อนดีกว่าว่า น้ำผึ่ง ที่มีอยู่นั้น ของแท้หรือของเทียม เริ่มจาก นำน้ำผึ้งจากธรรมชาติที่ยังไม่ผ่านความร้อนใส่ไว้ในขวด ตั้งทิ้งไว้สักพัก ถ้าเป็นน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติจะสังเกตเกสรดอกไม้ลอยอยู่ด้านบน

หลังจากรู้แล้ว ก็เริ่มปฏิบัติเสริมสวยกันเลย…

1. น้ำผึ้งช่วยปรับสมดุลของร่างกายและควบคุมน้ำหนัก ใครที่มีปัญหาปวดข้อ ปวดกระดูก เป็นตะคริวอยู่บ่อย ๆ หรือแม้กระทั่งโรคอ้วน ก็สามารถดื่มน้ำผึ้ง เพื่อช่วยบรรเทาโรคต่าง ๆ ได้

วิธีคือ นำน้ำผึ้ง 3 ช้อนผสมกับน้ำส้มสายชูหมักแอ๊ปเปิ้ล (หรือ Apple Vinegar) 3 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1 แก้ว ดื่มทุกเช้าหลังตื่นนอนและระหว่างมื้อเป็นประจำทุกวัน จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่น

2. หน้าแห้งแตกเป็นขุย สาวที่มีผิวหน้าแห้งกร้านเหมือนอีสานแล้ง ควรทำเป็นอย่างยิ่ง นำไข่แดง 1 ฟอง และน้ำผึ้ง 1ช้อนผสมให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3. น้ำผึ้งสยบสิ้วเสี้ยนบนใบหน้า หลังล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เช็ดหน้าให้แห้ง จากนั้นนำกล้วยหอมครึ่งลูก บดผสมกับน้ำผึ้ง นำมาทาบนใบหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก น้ำผึ้งมีเอนโซม์ที่ทำให้หน้าคุณชุ่มชื่นนุ่มนวลขึ้น และยังบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ด้วย

4. ผมหยาบกระด้างเกินเยียวยา ต้องลองสูตรนี้ หลังสระผมเสร็จ นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมันมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ ชโลมผมแล้วทิ้งไว้ 3-5 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผมคุณจะนิ่มและเงางามดุจเส้นไหม

5. ใครที่นอนไม่หลับ ฟังทางนี้ด่วน ผสมน้ำผึ้งกับน้ำอุ่น หรือนมร้อนดื่มก่อนนอน จะช่วยให้คุณหลับสบายขึ้น

6. สครับหน้าแบบง่าย ๆ เพียงนำน้ำผึ้งผสมกับแอ๊ปเปิ้ลมาปั่นรวมกัน ทาให้ทั่วใบหน้า พร้อมกับนวดเบา ๆ ความหยาบของแอ๊ปเปิ้ลจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าให้ออกไปให้ผิวหน้าสดใสเปล่งปลั่งขึ้น

7. สูตรไล่ตีนกาออกจากหน้า นำแครอท 1 หัวเล็กมาปอกเปลือกและปั่นให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง และนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที ริ้วรอยตีนเป็ดตีนกาทั้งหลายจะค่อย ๆ โบยบินออกจากหน้าของคุณในเร็ววัน

8. เสียงใสเหมือนระฆังเงิน หากใครเกิดอาการเจ็บคอ รู้สึกคอแห้งเสียงแหบร้องราคาโอเกะไม่สนุกละก็ เพียงผสมน้ำมะนาว 1 ลูก + น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ + น้ำเดือด 2 ช้อนโต๊ะ จิบบ่อย ๆ แก้เจ็บคอ แต่หากกินไม่หมดก็นำมาทาหน้าได้ด้วย ทาทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวหน้าจะขาวใสและเต่งตึงขึ้นทันตาเห็น

ลบรอยตีนกาด้วยน้ำใบบัวบก

ลบรอยตีนกาด้วยน้ำใบบัวบก

 

ลบรอยตีนกาด้วยน้ำใบบัวบก (เดลินิวส์)

ใครทราบบ้างว่า น้ำใบบัวบกสามารถลบรอยตีนกาได้ วันนี้เดลินิส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาบอก…

วิธีคือ นำใบบัวบกที่ได้มาล้างให้สะอาด แล้วนำมาปั่น หรือจะบด จะโขลกด้วยกรรมวิธีอะไรก็ได้ที่ถนัด เพราะสิ่งที่ต้องการ คือ น้ำใบบัวบกพอได้น้ำใบบัวบกสดๆ แล้ว ใช้สำลีชุบน้ำใบบัวบกมาทาให้ทั่วใบหน้าทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก ทาทุกวันก่อนนอน หรือจะหลับไปเลยก็ได้

น้ำใบบัวบกจะไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ซึ่งจะช่วยลบรอยตีนกาได้ แต่ที่สำคัญต้องทำสม่ำเสมอ ถึงจะเห็นผล

ทำความรู้จักกับ การมาสก์หน้า

ทำความรู้จักกับ การมาสก์หน้า

 

ทำความรู้จักกับ “การมาสก์หน้า” (Woman Plus)

การมาสก์หน้า เป็นขั้นตอนหนึ่งของการทำทรีตเมนต์บำรุงผิว ให้ผิวได้พักผ่อน และดูดซึมคุณค่าจากสารบำรุงที่เราพอกลงบนผิว ควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะสารบำรุงจากธรรมชาติ มีของ อร่อยหลายๆ อย่างที่จะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้แก่ผิวหน้าเรา

ว้าว…ชักจะเริ่มมองเห็นประโยชน์ของการมาสก์หน้ากันแล้วสิ คุณสาวๆ คงต้องลองทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อให้ผิวหน้าได้ดูดซึมสารอาหารอย่างต่อเนื่อง จะได้มีผิวหน้านุ่มๆ เอาไว้อวดความสวยใส ชนิดที่ใครๆ ต้องเหลียวมอง

สูตรน้ำผึ้ง

ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งลูบไล้บนใบหน้าและลำคอเบาๆ สักครู่ แล้วนวดหน้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาประมาณ 5 นาที จนน้ำผึ้งเหนียวนวดต่อไปไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ระหว่างนั้นให้นอนพักศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับปลายเท้า เพื่อให้เลือดไหลมาหล่อเลี้ยงที่ใบหน้าและลำคอได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลาแล้วค่อยๆ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดน้ำผึ้งออกให้สะอาด

สูตรแอปเปิ้ล

ปอกแอปเปิ้ลคว้านเอาไส้และเมล็ดออก บดให้ละเอียด ขณะที่บดให้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย เมื่อบดจนเข้ากันดีแล้ว นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้นมสดเย็นๆ ล้าง ตามด้วยน้ำสะอาดอีกที

สูตรแตงโม

ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆ จากส่วนที่แดงที่สุด นำมาแปะให้ทั่วใบหน้าแล้วใช้ผ้าคลุมหน้าไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

สูตรไข่ขาว

ต่อยไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออกเทเฉพาะไข่ขาวลงในถ้วย ใช้ส้อมตีไข่ขาวจนเป็นฟองพอสมควร แล้วใช้แปรงขนนุ่มจุ่มไข่ขาวทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที หรือพอไข่ขาวเริ่มจับตัวแข็งแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

สูตรมะเขือเทศ

ฝานมะเขือเทศชิ้นหนาๆ ถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆ ตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน มะเขือเทศมีวิตามินซีและกรด AHA จะช่วยลอกผิวหน้าที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ หลังจากนั้นจึงค่อยใช้สำลีชุบน้ำเย็นเช็ดมะเขือเทศออกให้สะอาด

สูตรโยเกิร์ต

สำหรับทุกสภาพผิว โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย น้ำมันดอกทานตะวัน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาวคั้นสดๆ 1 ช้อนโต๊ะ นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เข้ากันแล้วพอกทั้งหน้า ทิ้งไว้ 15–20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

อาหารเพื่อผิวสวย

อาหารเพื่อผิวสวย

 

อาหารเพื่อผิวสวย (เดลินิวส์)

ใครที่อยากมีผิวสวยๆ วันนี้เกร็ดความรู้มีอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวมาแนะนำ

เนื้อปลา

มีโปรตีนสูง เป็นสารอาหารที่ช่วยสร้างและซ่อมแซม เซลล์ของร่างกายที่เสื่อมโทรม และยังมีเซเลเนียม ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชรา และความเสื่อมของร่างกาย

น้ำมันมะกอก

ประกอบด้วยวิตามินเอและอี ที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ เพื่อทำให้ผิวดูอ่อนวัย มีความชุ่มชื้นและเนียนนุ่ม

เมล็ดข้าวและธัญพืช

จะมีวิตามินอี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวและช่วยปกป้องความเสียหายที่เกิดจากมลภาวะให้แก่ผิว

ผลไม้และผักสด

ผักสด จะมีวิตามินเอ ช่วยทำให้ผิวหนังไม่แห้ง และยังสดใสเปล่งปลั่งอยู่เสมอ และยังมีวิตามินซี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างเส้นใย และคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ผิวพรรณของใบหน้าดูเต่งตึงและมีความยืดหยุ่น

น้ำเปล่า

ทำหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับทุกระบบภายในร่างกาย และถ้าหากร่างกาย ได้รับน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้ผิวพรรณไม่สดใส การดื่มน้ำวันละ6-8 แก้ว จะทำให้ผิวผ่อง

ใครอยากมีผิวพรรณที่สวยงาม ก็อย่าลืมรับประทานอาหารที่แนะนำกัน